โบรกเกอร์ทำอะไรบ้าง
โบรกเกอร์เชื่อมต่อคุณกับตลาดการเงิน หากไม่มีโบรกเกอร์ คนทั่วไปไม่สามารถซื้อหุ้นหรือคู่สกุลเงินได้ — ต้องมีคนเปิดออเดอร์ในตลาดจริง
โบรกเกอร์ทำกำไรหลัก ๆ จาก: สเปรด (ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและขาย) ค่าคอมมิชชั่นต่อออเดอร์ และในบางกรณี ดอกเบี้ย Swap หรือบริการพรีเมียม
การกำกับดูแล: สิ่งเดียวที่ต่อรองไม่ได้
ก่อนฝากเงินแม้แต่ดอลลาร์เดียว ตรวจสอบว่าโบรกเกอร์ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับระดับโลก:
- FCA (สหราชอาณาจักร) — มาตรฐานสูงสุด
- CySEC (ไซปรัส, MiFID สหภาพยุโรป) — มาตรฐานยุโรป
- ASIC (ออสเตรเลีย) — มาตรฐานสูง
- FSCA (แอฟริกาใต้), CMA, FSC — ระดับแปรผัน
- หน่วยงานกำกับดูแลในไทย: ก.ล.ต. ไทย (SEC Thailand), ธปท. สำหรับการให้บริการในประเทศ
สัญญาณของโบรกเกอร์ฉ้อโกง
หากเห็นสัญญาณเหล่านี้ ให้หลีกเลี่ยง:
- ไม่แสดงใบอนุญาตที่ตรวจสอบได้
- สัญญาผลตอบแทนแน่นอน
- มอบ 'ที่ปรึกษาส่วนตัว' ที่กดดันให้ฝากเงินเพิ่ม
- การถอนเงินช้า ซับซ้อน หรือมีข้ออ้างตลอดเวลา
- โบนัสมหาศาลพร้อมเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้
คำถามที่พบบ่อย
โบรกเกอร์ท้องถิ่นหรือต่างประเทศดีกว่ากัน?
สำหรับ Forex และทองคำ โบรกเกอร์ต่างประเทศมักเสนอเงื่อนไขดีกว่า (สเปรด การเปิดออเดอร์) สำหรับหุ้นในประเทศไทย ใช้โบรกเกอร์ท้องถิ่น สิ่งสำคัญคือการกำกับดูแลเสมอ ไม่ใช่สัญชาติ
โบรกเกอร์คิดค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?
ขึ้นอยู่กับโมเดล โบรกเกอร์แบบ Market Maker: 'ฟรี' แต่สเปรดกว้างกว่า ECN/STP: ค่าคอมมิชชั่นต่อล็อต (3-7 ดอลลาร์) แต่สเปรดเกือบศูนย์ สำหรับมือใหม่ ต้นทุนรวมมักใกล้เคียงกัน
อ่านเพิ่มเติมจากคู่มือเหล่านี้
เรียนรู้ต่อ